13:53 มาโน่สไตล์! “ช้างศึก” จะกลับมาทวงบัลลังก์จ้าวอาเซียนได้หรือไม่?

ได้เวลาที่แฟนบอลไทยรอคอยการกลับมาลงสนามอีกครั้งของทัพ “ช้างศึก” ชุดใหญ่ หลังล้มไม่เป็นท่าในเวทีคัดบอลโลกโซนเอเชีย จน อากิระ นิชิโนะ ต้องถูกอัปเปหิ ก่อนได้ มาโน่ โพลกิ้ง เข้ามาแทนที่ พร้อมภารกิจแรกทวงบัลลังก์ “จ้าวอาเซียน” ศึกแห่งศักดิ์ศรี “AFF Suzuki Cup 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2564 – 1 มกราคม 2565 ทัพ “ช้างศึก” ต้องเจอกับ 4 ด่านทดสอบในรอบแบ่งกลุ่ม ไล่ระดับเลเวล ตั้งแต่ ติมอร์-เลสเต้, เมียนมา, ฟิลิปปินส์ และเจ้าภาพ สิงคโปร์ เพื่อพิสูจน์ว่ายังดีพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้หรือไม่? ทีมชาติไทย เข้าร่วมแข่งขันรายการนี้ทุกครั้งตั้งแต่ปี 1996 และคว้าแชมป์มาได้มากที่สุด 5 สมัย ในปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016 โดยครั้งล่าสุดในปี 2018 ร่วงรอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือ มาเลเซีย หลังนัดแรกบุกไปเสมอในถิ่นเสือเหลือง 0-0 ก่อนกลับมาเจ๊าในบ้าน 2-2 ทำให้ตกรอบด้วยกฎอเวย์โกล ศึกครั้งนี้ แฟนบอลไทยจึงคาดหวังว่า มาโน่ โพลกิ้ง จะนำความสำเร็จกลับมาสู่ดินแดนสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง ด้วยขุมกำลัง 30 คนสุดท้ายที่หลายคนถูกใจ บางคนขัดใจ แต่สุดท้ายคงต้องเคารพการตัดสินใจของโค้ช เพราะจากประสบการณ์ 7 ปีเต็มกับการคุม 3 สโมสรในศึกไทยลีกไปมากกว่า 200 นัด “มาโน่” ไม่ใช่แค่รู้จักตัวผู้เล่นที่เขาเคยใช้งานเท่านั้น แต่ยังเห็นตัวผู้เล่นที่เป็นคู่แข่งมาแล้วทั้งหมด จาก 30 รายชื่อ “มาโน่” เรียกผู้รักษาประตูจอมเก๋ามา 3 คน ทั้ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) วัย 37 ปี, ฉัตรชัย บุตรพรม (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด) วัย 34 ปี และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (โอเอช ลูเวิน) วัย 31 ปี โดยเฉพาะรายหลังที่แฟนบอลหลายคนสงสัย อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือแบงค็อกให้เหตุผลว่า “กวินทร์ คือผู้เล่นที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี มีประสบการณ์สูง เป็นอดีตกัปตันชุดแชมป์ ซูซูกิ คัพ มีความเป็นมืออาชีพ และมีทัศนคติที่ดีเยี่ยม ซึ่งจุดนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทีมได้อย่างแน่นอน” ส่วนกองหลัง “มาโน่” เลือกมาทั้งหมด 9 คน โดย 8 คนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี นำโดย “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน (โยโกฮามา เอฟ มารินอส), พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), มานูเอล ทอม เบียร์ห (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ทริสตอง โด (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), เอเลียส ดอเลาะ (การท่าเรือ เอฟซี) และ ฟิลิป โรลเลอร์ (การท่าเรือ เอฟซี) จะมีเพียง โจนาธาน เข็มดี (โอบี โอเดนเซ่) ดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก จากชุด U23 ก้าวขึ้นมาติดชุดใหญ่เป็นครั้งแรก แต่สุดท้ายในรายของ พีระพัฒน์ และ พรรษา ขอถอนตัว ทำให้ สุริยา สิงห์มุ้ย จากลีโอ เชียงราย และ ปวีร์ ตันธะเตมียร์ ได้เข้ามาเสียบแทน ขณะที่ กองกลาง “มาโน่” เลือกมามากสุดถึง 15 คน ทั้งกลางรับและกลางรุก ถือว่าหลากหลาย นำโดย “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล ซัปโปโร), “กัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร (เลสเตอร์ ซิตี้), สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ (ชลบุรี เอฟซี), กฤษดา กาแมน (ชลบุรี เอฟซี), สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), บดินทร์ ผาลา (การท่าเรือ เอฟซี), ปกรณ์ เปรมภักดิ์ (การท่าเรือ เอฟซี), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), ปกเกล้า อนันต์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด), พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด), ศิวกรณ์ เตียตระกูล (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด), วีระเทพ ป้อมพันธุ์ (เมืองทอง ยูไนเต็ด) และ พิชา อุทรา (เมืองทอง ยูไนเต็ด) ก่อนที่ ปกรณ์ จะถอนตัวเนื่องจากบาดเจ็บ ทำให้โอกาสตกเป็นของ เจนภพ โพธิ์ขี แนวรุกจาก โปลิศ เทโร มาถึงกองหน้า “มาโน่” เลือกตัวเป้ามาแค่ 3 คนเท่านั้น นำโดย “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) และ “กอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร (เมืองทอง ยูไนเต็ด) แน่นอนว่า การมาของ “มาโน่” แฟนบอลไทยต่างคาดหวังจะเห็น “ช้างศึก” เล่นในสไตล์ถอยหลังหกล้ม เปิดเกมบุก เน้นเอนเตอร์เทนต์ เหมือนสมัยที่เป็นกุนซือ “แข้งเทพ” จึงเชื่อว่าระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 น่าจะถูกนำมาใช้ ถ้าจะให้เดาใจ “มาโน่” กับแผนการเล่นในระบบ 4-2-3-1 น่าจะออกมาดังนี้ ผู้รักษาประตู ฉัตรชัย บุตรพรม, แนวรับจากซ้ายมาขวา ธีราทร บุญมาทัน, โจนาธาน เข็มดี, มานูเอล ทอม เบียร์ห, ทริสตอง โด, คู่มิดฟิลด์ สารัช อยู่เย็น, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, แนวรุกจากซ้ายไปขวา ศิวกรณ์ เตียตระกูล, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สุภโชค สารชาติ และกองหน้าตัวเป้า ธีรศิลป์ แดงดา อย่างไรก็ตาม “มาโน่” คงต้องเตรียมซ้อมเกมบุกให้เข้ม เพื่อสู้กับแผนรถบัสที่ชาติในอาเซียนเตรียมไว้รับมือกับเราแน่ๆ รวมทั้งลูกยิงไกล และฟรีคิก ต้องซ้อมกันให้แม่น ขณะที่เกมรับก็ต้องมีวินัย ไม่ประมาท แล้วโต้กลับเร็วแบบมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องซัพพอร์ตไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อมี “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ คอยดูแลในฐานะผู้จัดการทีม “ใจถึงพึ่งได้” ประกาศอัดฉีด 20 ล้านบาท หากคว้าแชมป์กลับมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้แฟนบอลไทยได้สำเร็จ งานนี้จึงอยู่ที่โค้ช “มาโน่ โพลกิ้ง” จะสามารถงัดกลยุทธ์ วางแผนการเล่นออกมาได้ดีแค่ไหน เพราะเป้าหมายของแฟนบอลไทย อยู่ที่ “แชมป์” สถานเดียวเท่านั้น!!!

Leave a Reply